ทำเนียบผู้นำ

สาสน์จากผู้นำ

Coming Soon!

ผลิตภัณฑ์

เนเจอร์ ไลฟ์ ไซเอินส์

โพรไบโอติกคืออะไร?

updated: 24.09.10

“ในทางเดินอาหารของมนุษย์มีแบคทีเรียที่ดี มีประโยชน์อยู่กับร่างกายมาตั้งแต่เกิดความจริงแบคทีเรียนั้นมีทั้งดีและร้าย ส่วนแบคทีเรียที่ร้ายจะก่อโทษให้กับร่างกายจนเกิดความเจ็บป่วย”

หลังจากที่ฉบับที่แล้วเราได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่าจะพาท่านไปพบกับความมหัศจรรย์ของ โพรไบโอติก และพรีไบโอติกว่ามีบทบาทหน้าที่อย่างไรนั้นมาในฉบับนี้ เราก็ได้ทำตามสัญญาโดยหาความรู้เกี่ยวกับโพรไบโอติก และพรีไบโอติกดังกล่าวมาฝากกันในฉบับนี้

ก่อนที่จะอธิบายเกี่ยวกับเรื่องโพรไบโอติก และพรีไบโอติกนั้น เราคงต้องเกริ่นนำให้ทุกท่านทราบเสียก่อนว่าทำไมเราจึงเลือกให้ความรู้แก่ท่านในหัวข้อนี้ สาเหตุก็เนื่องมาจากในผลิตภัณฑ์เคลนส์ พลัส ของเรานั้น มีส่วนประกอบของสารที่ชื่อ “ฟรุคโตออลิโก แซคคาไรด์” (Fructo-oligosaccharide) ในปริมาณ 0.70 กรัม ใน 1 ซอง ซึ่งความสามารถของ ฟรุคโตออลิโก แซคคาไรด์ ที่เขาค้นพบนั้นเรียกว่าความสามารถในการเป็น พรีไบโอติก (Pre-biotic) นั่นเอง

พรีไบโอติก (Pre-biotic) คือ สารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถจะย่อยได้ เมื่อผ่านเข้าไปถึงบริเวณลำไส้ใหญ่จะกลายเป็นอาหารของแบคทีเรีย ส่งเสริมการเจริญเติบโต ของแบคทีเรียสารกลุ่มนี้ได้แก่ อินูลิน (inulin) และ โอลิโกฟรุคโตส ดังนั้นพรีไบโอติก จึงเป็นประโยชน์ต่อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ เพราะมันจะกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่

สารอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก ได้แก่ โอลิโกฟรุกโตส ซึ่งมีอยู่ในพืช เช่น หัวชิกอรี หัวหอม กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง และกล้วย สามารถส่งเสริมให้จุลินทรีย์สุขภาพมีการเจริญเติบโต เพิ่มจำนวนและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะชนิด บิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) และ แลคโตแบซิไล (Lactobacili) ในทางเดินอาหารของมนุษย์มีแบคทีเรียที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดีขึ้น ป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวร้ายที่จะทำให้ร่างกายเรานั้นเกิดโรคต่างๆได้ เช่น โรคอาหารเป็นพิษ เป็นต้น ที่สำคัญคือ ในร่างกายเรามีแบคทีเรียทั้งสองประเภทอยู่ด้วยกัน การรักษาสมดุลของเจ้าตัวดีและตัวร้าย จึงมีความสำคัญและจำเป็นมากต่อสุขภาพที่ดี

สิ่งสำคัญที่ทำให้สมดุลของแบคทีเรียในท้องเราเสียไปก็คือ ยาปฏิชีวนะ ยาคุม อาหารที่ไร้คุณค่าทางโภชนาการ ความเครียด วัยที่เพิ่มขึ้น การบำบัดโรคด้วยวิธีฉายรังสี โรคมะเร็งในเม็ดเลือด โรคไต โรคตับ หรือการผ่าตัดกระเพาะและลำไส้ ซึ่งการเสียสมดุลของแบคทีเรียในร่างกายจะนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพหลายอย่าง เช่น ภูมิแพ้ คลอเรสเตอรอลสูง ภูมิต้านทานโรคต่ำและท้องผูก เป็นต้น

ต่อมาจึงมีผู้คิดริเริ่มการนำแบคทีเรียที่มีชีวิตมาใช้ประโยชน์ ทำให้สมดุลของแบคทีเรียกลับคืนมาดังเดิม แบคทีเรียพวกนี้เรียกว่า โพรไบโอติก (Probiotic) คือ แบคทีเรียที่ไม่ก่อโรคที่ปนอยู่ในอาหาร เมื่อทานเข้าไปแล้ว แบคทีเรียพวกนี้ทนกรด ทนด่างในกระเพาะและลำไส้เล็ก สามารถผ่านไปสู่ลำไส้ใหญ่ได้ ทำให้ประชากรแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่เพิ่มจำนวนขึ้น เป็นประโยชน์ต่อระบบการย่อยอาหาร การดูดซึมอาหารและการขับถ่ายทั้งยังช่วยเข้าไปปรับปริมาณของปริมาณของจุลินทรีย์ในร่างกายให้อยู่ในสภาวะที่สมดุล โพรไบโอติกนั้น เป็นแบคทีเรียที่ผลิตกรดแลคติกได้ เราเรียกกรดนี้ว่า แลคติกแอซิด แบคทีเรียที่ดีเหล่านี้ได้แก่

- แลคโตบาซิลลัส อะซิโดฟิลลัส (Lactobacillus acidophilus)

- เอนเทอโรคอคคัส (Enterococcus Faecalis)

- สเตรปโตคอคคัส เทอร์โมฟิลัส (Streptococcus thermophilus)

- ไบฟิโดแบคทีเรียม ไบฟิดัม (Bifidobacterium bifidum)

แบคทีเรียที่ดีเหล่านี้ อาศัยอยู่ในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ของเราตั้งแต่เราเป็นทารก ทำหน้าที่ช่วยย่อยอาหารและผลิตสารอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้กับเรา ได้แก่ กรดอะมิโน กรดแลคติก พลังงาน วิตามินเค วิตามินบี และสารปฏิชีวนะธรรมชาติหลายชนิด ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกาย ดังนี้

1. กรดแลคติกที่แบคทีเรียผลิตออกมา จะทำให้สภาวะในลำไส้ มีความเป็นกรดมากพอที่จะยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรค

2. ทำให้ระบบขับถ่ายดี ไม่เกิดการหมักหมมของของเสียในร่างกาย เป็นการลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะเร็งลำไส้และมะเร็งตับ

3. วิตามินบีที่ได้ จะทำให้เซลล์ในระบบภูมิต้านทาน ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำให้มีการเม็ดเลือดแดงดีอีกด้วย

4. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และกำจัดสารก่อมะเร็งบางชนิด

5. แลคติกแอซิดแบคทีเรีย ยังช่วยลดระดับน้ำตาลและคลอเรสเตอรอลในเลือดด้วย

6. นอกจากนี้ยังผลิตเอนไซม์แลคเตส ซึ่งช่วยย่อยน้ำตาลในนม ทำให้เราไม่มีอาการท้องอืดหรือท้องเสียจากการดื่มนม และยังช่วยให้การดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น

สรุปแล้วโพรไบโอติก และพรีไบโอติก จึงมีความเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด หากร่างกายได้รับทั้งจุลินทรีย์เพื่อสุขภาพ และใยอาหารพรีไบโอติกที่เหมาะสม จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย คือ

- ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน

- ป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย

- ช่วยลดสารพิษหลายชนิด

- ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น

- ช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม ซึ่งแก้ปัญหาแน่นท้องหรือท้องเสียได้

- ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหาร โดยเฉพาะแคลเซียมและเหล็กได้ดี

เอกสารอ้างอิง

>1. ธารารัตน์ ศุภศิริ, (2542) PROBIOTIC: แบคทีเรียเพื่อสุขภาพ, วารสารวิทยาศาสตร์ 53(6) 357-360

2. นารีลักษณ์ นาแก้ว, Microbiology and Parasitology Newsletter: จดหมายข่าวจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา, คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

3. ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล, บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 92: 16-31 มี.ค. 2550

 
ตีพิมพ์ ใน MeridianTimes ฉบับที่ 3