สื่อสารสนเทศ



Coming Soon!


ผลิตภัณฑ์
เนเจอร์ ไลฟ์ ไซเอินส์
updated: 24.09.10
PPARs สามารถออกเสียงว่า พี-พี-เอ-อาร์ส หรืออ่านว่า พีพ่าร์ ตรงๆเป็นคำได้เช่นกัน หลายๆท่านอาจนึกสงสัยว่า แท้ที่จริงแล้ว พีพ่าร์ คืออะไร? และมีส่วนช่วยอะไรบ้างเกี่ยวกับเซลล์ และสุขภาพของคนเรา ในเล่มนี้เราจะพยายามตอบคำถามของทุกท่านกัน
พีพ่าร์ คือ ศัพย์ทางการแพทย์ ที่บ่งบอกถึงสารกลุ่มโปรตีน 3 ฟอร์ม ซึ่งอยู่เป็นส่วนหนึ่งในนิวเครียสของเซลล์สิ่งมีชีวิต ซึ่งไม่ใช่ว่าทุกๆเซลล์ของสิ่งมีชีวิตจะมีสารตัวนี้ ในความเป็นจริงแล้วตัวสารตัวดังกล่าว พบได้น้อยมากในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งสกัดได้จากสิ่งมีชีวิตเพียงไม่กี่ชนิดในโลก ที่มีปริมาณ PPARs อย่างเพียงพอในการนำมาแยกเป็น PPARs บริสุทธิ์ได้ PPARs ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานเชิงวิศวพันธุกรรมของยีนส์และ DNA พีพ่าร์ คือส่วนที่จำเป็นที่สุดในการวางระเบียบให้กับหน้าที่ของเซลล์แต่ละชนิด เพื่อการพัฒนาที่แตกต่างกัน และรวมถึงระบบการเผาผลาญพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพของสิ่งมีชีวิตระดับสูงอีกด้วย หน้าที่ของ PPARs ถูกแบ่งออกเป็น 3 ฟอร์มหลัก ตามหลักกลไกทางพันธุกรรม ได้แก่
PPAR อัลฟ่า โครโมโซม ที่ 22q12-13.1 มีความเด่นชัดในการบำรุงตับ ไต หัวใจ กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อและอื่นๆ
PPAR เบต้า โครโมโซม ที่ 6q21.2-21.1 มีความเด่นชัดในการบำรุงเนื้อเยื่อ สมองและ ผิวพรรณ
PPAR แกมมา โครโมโซม ที่ 3p25
แกมมา 1 – มีความเด่นชัดในการดูแลเนื้อเยื่อ รวมไปถึงหัวใจ กล้ามเนื้อ ลำไส้ ตับ ไต ตับอ่อนและม้าม
แกมมา 2 – มีความเด่นชัดใน adipose tissue (30 amino acids longer)
แกมมา 3 – มีความเด่นชัดในการเสริมสร้าง ระบบภูมิคุ้มกัน ลำไส้ใหญ่ และ white adipose tissue.
พีพ่าร์อัลฟ่า และพีพาร์แกมมา คือ ส่วนที่ได้ถูกนำไปใช้ในวงการอุตสาหกรรมยา ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ตลาดหลักๆ ดังต่อไปนี้
PPAR-alpha modulators
จัดอยู่ในกลุ่ม fibrate drugs มีคุณสมบัติในการควบคุมระดับคลอเรสเตอรอล (cholesterol disorders generally as an adjunctive to statins) และไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides)
PPAR-beta modulators
จัดอยู่ในกลุ่ม tissue and membrane ช่วยดูแลในเรื่องผิวพรรณ กล้ามเนื้อ กระดูกและเนื้อเยื่อต่าง ๆ (membrane tissue) เยื่อหุ้มเซลล์ให้แข็งแรง ยืดหยุ่นและสมดุล (brain, adipose tissue and skin)
PPAR-gamma modulators
จัดอยู่ในกลุ่ม thiazolidinediones (TZDs) ใช้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน (Diabetas mellitus) และโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาการต่อต้านอินซูลิน (Insulin resistance) ช่วยกระตุ้นการทำงานของ NSAIDs (ยกตัวอย่าง เช่น ibuprofen) และ indoles. ช่วยบำรุงการทำงานของเนื้อเยื่อ ลำไส้ และอวัยวะทั่วร่างกายให้สมดุล
Balanced-PPAR modulators
ในกลุ่มที่ ครบทั้ง 3 ฟอร์ม หรือ มีฟอร์ม 2 ฟอร์ม ที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งในปัจจุบันใช้ในกลุ่มใหญ่ ในการรักษาโรค เมตาบอริค ซินโดรม (symptoms of the metabolic syndrome) ในที่นี้รวมไปถึง muraglitazar และ tesaglitazar และกำลังศึกษาเพิ่มเติมในส่วนของ additional therapeutic indications และมีความเป็นไปได้ในการใช้ PPARs กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง
จากการทดลองในสัตว์ เช่น หนูขาว และลิง ได้มีการค้นคว้าเพิ่มเติม และสรุปว่า ประสบผลสำเร็จไปได้สูง แต่ยังไม่รับรองในการใช้ PPARs ในการรักษาโรคมะเร็ง และเนื้องอกในมนุษย์ นอกจากนี้ ยังศึกษาในการรักษาโรคอันมีส่วนมาจากความเสื่อมของร่างกาย รวมไปถึงโรค ที่เกิดจากเชื้อไวรัส ในปี 2006 ได้มีการประชุมและสรุปผลการปฏิบัติการทางคลินิคกับผู้ป่วย ดังนี้
- มีแอนติ-ไวรัส, แอนติ-ออกซิเดทีฟ มีผลในการต่อต้านมะเร็ง พบความเป็นไปได้ที่จะใช้ PPARs ในการรักษาโรคมะเร็ง (Division of Biotechnology and Pharmaceutical Research, National Health Research Institutes- Dr. Chao, Yu-sheng)
- PPARs มีผลต่อการควบคุมระดับคลอเรสเตอรอล และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ในผู้ป่วยเบาหวาน ทั้ง Type1 และ Type 2 (dermatology department of National Cheng Kung University Hospital- Julia Yu-Yun lee)
- มีผลต่อโรคผิวหนัง โรคเรื้อนกวาง โรคข้อต่ออักเสบ โรคสะเก็ดเงิน และโรคผิวหนังอันเกิดจากความผิดปกติของเนื้อเยื่อ (The Institute Biochemical Engineering Research Laboratories- Lee, Lain-Tze, Pan, Yi Hong)
- PPARs มีคุณสมบัติในการล้างสารพิษในระดับเซลล์ (Development Center for ~July Biotechnology, DCB-toxicology center)
ความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ที่ให้การสนับสนุน PPARs ยังอยู่ในการควบคุมของตลาดยา มีมูลค่าเงินไหลเวียนในระบบสูงถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งส่วนหนึ่งในความลับทางการค้า PPARs จึงจัดเป็นสารหายาก ที่บริษัทผู้ผลิตยาหลายบริษัท ต้องการนำมาศึกษาต่อยอดในการผลิตยา อีกหลายขนาน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ที่กำลังต้องการยาที่มีประสิทธิภาพสูง ในการรักษาโรคร้าย PPARs มีคุณสมบัติและความสามารถที่เทียบได้กับสเต็มเซลล์ (stem cell) และอาจมีคุณสมบัติที่ มากกว่าในบางประการ แต่ด้วยการทดลองสกัดที่ไม่แพร่หลาย และหาพบได้ยาก ข้อมูลที่ยังเป็นความลับทางการค้า จึงทำให้ไม่มีข้อมูลการวิจัยที่หลากหลายเหมือนกับสเต็มเซลล์
แม้ว่าปัจจุบัน ยังไม่มีหน่วยงานใด ออกมาให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ ในความสามารถอัน มหัศจรรย์ของ PPARs แต่เพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลที่มีการศึกษา จากหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ที่ได้มีการกล่าวอ้างอิงจากทาง FDA ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งยืนยันได้ถึงคุณสมบัติต่างๆ ที่การค้นคว้านี้น่าจะเป็นการค้นพบความลับทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ในศตวรรษที่ 21 นี้เลยทีเดียว
เอกสารอ้างอิง:
http://en.wikipedia.org/wiki/Peroxisome_proliferator-activated_receptor