สื่อสารสนเทศ



Coming Soon!


ผลิตภัณฑ์
เนเจอร์ ไลฟ์ ไซเอินส์
updated: 24.09.10
GLA หรือ Gamma-Linolenic acid (แกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด) คือกรดไขมันจำเป็น ( Essential fatty acid) (18:2w6) ชนิดหายาก และเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่นเดียวกับสารอาหารในกลุ่มวิตามิน โดยคนเราจะได้รับ แกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด จากการรับประทานสิ่งมีชีวิตที่สร้างแกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิดได้ เนื่องจากกรดไขมันจำเป็นชนิดนี้ ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ อย่างไรก็ตามมีสิ่งมีชีวิตเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น ที่จะเป็นแหล่งของแกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด ที่เพียงพอให้กับคนเรา
แกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด มีหน้าที่หลักในร่างกาย 4 ประการได้แก่
1. เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างผิวหนัง โดยความยืดหยุ่นของผิวหนัง และเยื่อบุผิวของอวัยวะภายใน ขึ้นอยู่กับปริมาณของแกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด
2. เป็นสารตั้งต้นเกี่ยวกับการสร้างพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins:PGs) และลิวโคไตรอีน(Leukotrienes;LT) ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการการอักเสบ และการต้านการอักเสบของร่างกาย
3. ควบคุมการซึมผ่านของน้ำที่ผิวหนัง และผิวอวัยวะในร่างกาย เช่น ระบบทางเดินอาหาร ระบบเลือด และระบบประสาท
4. ควบคุมการสร้างและการขนส่งคลอเรสเตอรอลในร่างกาย
ในสภาวะปกติทั่วร่างกายคนเราจะสังเคระห์ แกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด กรดไลโนลีอิก แอซิด ซึ่งก็เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันดังกล่าว อย่างไรก็ตามในคนบางกลุ่ม เช่น ผู้ทีรับประทานอาหารไม่ครบ ที่ร่างกายต้องการและไม่สมดุล และผู้ป่วยด้วยโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน และในกลุ่มคนชรา ร่างกายจะไม่สามารถสังเคราะห์แกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด จากกรดไขมัน ไลโนลีอิก แอซิดได้ การที่ร่างกายขาด หรือได้รับแกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิดไม่เพียงพอจะทำให้เกิดผลกระทบต่อเซลล์ และทุกระบบอวัยวะในร่างกาย
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า แกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด เป็นกรดไขมัน ที่ร่างกายคนเราต้องการใช้ในการสร้างสารที่มีคุณลักษณะคล้ายฮอร์โมน เรียกว่า “พรอสตาแกลนดิน E1 (Prostagland E1;PGE1) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ แกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด จึงมักถูกใช้ในการรักษาอาการปวดตา และอาการอักเสบในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ โดยมีรายงานการศึกษาวิจัย แกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด สามารถลดอาการปวดและอักเสบในผู้ป่วยโรค Rheumatis แต่ก็ให้ผลในการรักษาในระดับดี
มีรายงานว่าผลิตภัณฑ์ที่มี แกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด ยังอาจช่วยป้องกันหรือลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลายชนิด เช่น โรคผิวหนัง (ผิวหนังอักเสบ เรื้อนกวาง แผลเปื่อย และผื่นคัน) ข้ออักเสบ อาการปวดประจำเดือน โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในคนชราด้วย นอกจากนี้ แกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด ยังเป็นสารที่จำเป็นต่อสุขภาพของผม ผิวหนัง และเล็บ ด้วย
ขนาดปกติของแกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด ที่แนะนำให้ทานในแต่ละวัน คือ 150-300 มิลลิกรัม ต่อวัน แต่มีบางการศึกษาที่ใช้ชนาด 250-500 มิลลิกรัมต่อวันโดยอาจแบ่งรับประทาน 2-3 ครั้งต่อวันได้ ซึ่งแกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด มักตรวจพบมากในน้ำมันประเภทต่างๆ
- (Evening primrose) น้ำมันอีฟนิ่งพริสโรส 500 มิลลิกรัม มีแกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด ประมาณ 35-45 มิลลิกรัม
- (Borage) น้ำมันโบราจ 500 มิลลิกรัม มีแกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด ประมาณ 120 มิลลิกรัม
- (Black Current) น้ำมันแบลคเคอเร้นท์ 500 มิลลิกรัม มีแกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด ประมาณ 80 มิลลิกรัม
ส่วนในผลิตภัณฑ์ ไวทอลไลท์พลัส มีปริมาณ GLA 8 % (ใน 500 มิลลิกรัม มี GLA ประมาณ 40 มิลลิกรัม) ซึ่งใน 1 ซองของผลิตภัณฑ์ มีไวทอลไลท์ประมาณ 3,000 มิลลิกรัม ( 15 เม็ด) เทียบกับปริมาณ GLA ที่มีในผลิตภัณฑ์เท่ากับ 240 มิลลิกรัม เลยทีเดียว
เอกสารอ้างอิง:
1. ภาคภูมิ พานิชยูปการนันท์ ผศ.ดร., บทความวิชาการ : แกมม่า-ไลโนลีนิก แอซิด , ภาควิชาเภสัชเวทและพฤกษาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
2. Horrobin, D.F. 1992 Nutritinal and Medical importance of Gamma-linolenic acid. Prog.Lipid Res.31(2):163-194
3. Physicians’ Desk Reference Staff (Author). The PDR Family Guide to Nutritional Supplements: An Authoritative A-to-Z Resourch on the 100 Most Popula Nutritional Therapies and Nutraceuticals. Westminter,MD,USA:Ballantine Publish Group,2001.p135-138
4. Belch, J.J.F. and Hill,A. Evening primrose oil and borage oil in rheumatologic condition.The America Journal of clinical Nutrition 71:(1):352S. 5. Spinella, N. 2001. herbal medicines andepilepsy: The potential for benefit and advance effects. Epilepsy& Behavior 2 :524-532.